2007/Mar/12

......ก่อนอื่นต้องขอยินดีต้อนรับสมาชิกใหม่ซึ่งจะมาทำหน้าที่เป็นตากล้องคนที่สองของกลุ่ม ซึ่งจะมาช่วยแบ่งเบาภาระในการเก็บภาพเวลาที่ต้นตากล้องมือหนึ่งของเราไม่ว่าง เธอคนนั้นคือน้องนุ้ยนั้นเองครับ

.......ผมรู้จักนุ้ยจากบอร์ดแอนแฟนคลับครับ นุ้ยใจในงานถ่ายรูปผมจึงชวนไปงานคอสเมื่อเสาร์ที่ผ่านมาและเธอจะมาช่วยงานภาพให้กับกลุ่มเราครับ ยังไงผมนายอ๊อฟที่ใครๆเรียกกันว่าประธานกลุ่มขอฝากนุ้ยไว้กับเพื่อนๆพี่ๆน้องๆด้วยนะครับ

.................................................

ยังไงอ่านช่วงแรกให้จบก่อนนะครับ

......ถึงสมาชิกกลุ่ม A.B. ทุกท่าน ผมนายอ๊อฟที่ใครๆต่างก็บอกว่าเป็นประธานกลุ่มนั้นได้เข้ามาเขียนเอนทรี่ในบล๊อกส่วนกลางของกลุ่มในครั้งนี้เพียงเพื่อเตือนสติสมาชิกในกลุ่มทุกๆคนว่ายังมีกลุ่มโดจินเล็กๆกลุ่มนี้อยู่ เพราะหลังจากจบตัวงานของน้องฝ้าย iCos และส่วนของคุณเอกสิทธิ์ไปแล้วหนังสือเราก็มีแผนที่จะไปข้อเงินทุนจากหน่อยงานภาคเอกชนต่างๆเพื่อเป็นทุนในการพิมพ์หนังสือเล่มนี้ โดยในช่วงแรกๆนั้นเราได้รับการช่วยเหลือจากคุณแม่น้องฝ้ายเป็นอย่างมาก แต่ด้วยความไม่พร้อมบวกกับประสบการณ์ยังไม่มีทำให้เราต้องอดเงินก้อนนั้นไปอย่างน่าเสียดาย

......ทำไมผมถึงให้ความสำคัญกับหนังสือพาสต้ามากกว่าการขายโดธรรมดา ผมเชื่อว่าตอนผมชวนหลายๆคนเข้ากลุ่มผมได้พูดไปบ้างแล้ว ผมอยากเห็นหนังสือที่รวบรวมความฝันของคนที่อยากเติมเต็มความฝันครับ ทีแรกผมตั้งใจอย่างนั้นทั้งๆที่ยังไม่มีประสบการณ์อะไรเลยเกี่ยวกับงานโดจินเลยแต่ตอนนั้นผมมีกำลังใจครับ ผมได้กำลังใจจากหนังสือเล่มเล็กๆเล่มนึงซึ่งหลังจากอ่านจบผมก็ได้ให้หนังสือนั้นกับเพื่อนๆน้องๆอีกหลายคนเพราะเชื่อว่ามันน่าจะสร้างกำลังใจและจุดมุ่งหมายในชีวิตให้กับคนเหล่านั้นได้เหมือนกับผม

......ผมผ่านช่วงเวลาในการทำโดมาเพียงแค่ครั้งเดียว ผมรู้ว่าตัวเองไม่พรสวรรค์และยังต้องฝึกฝนอีกมากกว่าจะไปถึงจุดที่ผมหวังไว้ ผมมีความฝันและเชื่อว่าหลายๆคนก็มี หลังจากที่หนังสือเล่มแรกนั้นขายจนหมด โดยตอนนั้นคนในกลุ่มยังมีเพียงแค่4ถึง5คนเท่านั้น พูดกันตามตรงงานที่ออกมาดีกว่าหลายๆกลุ่มที่วางขายในงานนั้น แต่แย่กว่าที่ผมคิดมาก ผมนั่งคิดหลังจากที่งานจบไปนานพอสมควร ไม่ใช่ที่ลายเส้นหรือเนื้อหาในเล่มที่แย่ แต่เป็นความพร้อมในการทำงานต่างหาก ผมหยุดงานไปนานพอควรไปเรียนไปทำงานไปลองรู้จักคนไปลองรู้จักความคิด แต่ก็ไม่มีอะไรคืบหน้าผมไม่รู้จะทำอะไร ผมสั่งน้องให้ทำงานแต่ก็ไม่รู้จะได้พิมพ์เมื่อไหร่ แต่พยายามบี๊บเด็กๆให้ส่งงานไว้ก่อนเผื่อกรณีฉุกเฉิน จนกระทั้งนายเอ็กซ์สมาชิกคนหนึ่งที่เป็นเพื่อนสนิทของผมเสนอให้เอาเหล่าคอสเพลย์ลงหนังสือดู พร้อมทั้งตั้งหนังสือหัวใหม่ขึ้นมาเพื่อลงเกี่ยวกับสาระและงานการ์ตูนของคนในกลุ่ม อันที่จริงผมได้มีโอกาสเห็นงานของกลุ่มที่เค้าพร้อมกว่าเรา พวกเค้ามีแนวเป็นของตัวเองจนทำให้ผมทึ่งในผลงานมาก็หลายกลุ่ม สังเกตุว่าเวลาคนที่ถูกผมชวนเข้ากลุ่มหรือเวลาพูดถึงตัวงานผมจะเน้นว่า "เราจะทำออลิจินัล" ให้เป็นงานที่ดีให้ได้ ผมจะบอกอีกว่า "จะตลกก็ได้จะเสียดสีก็ได้จะความรักหรือสงครามก็ได้" แต่ก็ขอให้ทำกันมาเถอะ แต่ผมไม่ชอบสิ่งที่ไม่สร้างสรรค์กับสังคมเพราะผมมองว่ากลุ่มคนการ์ตูนมักจะถูกมองว่าเป็นคนไม่ได้เรื่อง ไร้สาระ ลามกเป็นภัยกับเยาวชน ผมอยากให้หนังสือพาสต้าเล่มที่พวกเรากำลังทำอยู่นี้สามารถตอกกลับพวกที่พูดแบบนั้นให้รู้ว่า "อย่างน้อยเราก็ยังมีสิ่งที่รักและตั้งใจทำอยู่ อย่างน้อยเราก็สร้างสิ่งดีๆให้คนอ่านได้บ้าง อย่างน้อยเราไม่ปล่อยเวลาให้หายไปเฉยๆ" จนพวกเค้าต้องยอมรับในตัวของเรา

......ผมเป็นคนที่ยึดถือในธรรมเนียมเก่าๆและเคร่งคลัดกับกฏเกณต์จนบ้างครั้งก็ดูเหมือนคนใจแคบ แต่เคยมีผู้ใหญ่คนหนึ่งพูดกับผมเรื่องการเคารพในความคิดของคนอื่น ผมหวังว่าผมจะสามารถทำแบบนั้นได้ แต่ทุกวันนี้ผมยังทำเรื่องนั้นได้ไม่ดีนัก เพราะบางครั้งผมไม่สามารถเข้าใจความคิดของคนหลายๆคนได้ ผมจึงไม่รู้ว่าจะยอมรับยังไงดี ผมบ้าเหตุผลมาก ถ้าเหตุผลฟังแล้วไม่น่าจะดีต่องานผมจะตัดหัวข้อนั้นๆออกทันที ซึ่งคล้ายๆจะเผด็จการ ผมรู้ถึงข้อเสียข้อนี้ของผมดี หลายคนมองว่าผมเป็นประธานกลุ่มทั้งๆที่ความสามารถในเรื่องต่างๆนั้นผมไม่ได้เป็นที่สุด การเอาคนอย่างผมเป็นประธานจึงค่อนข้างจะไม่เป็นผลดีต่อกลุ่มมากนัก อันที่จริงผมอยากได้คนที่มีความสามารถและประสบการณ์รวมไปถึงไหวพริบมาเป็นประธานมากกว่า หลายคนที่ผมชวนเข้ากลุ่มเพราะเห็นแววผู้นำแต่ที่เข้ามาก็มีหลายคนไม่ค่อยกระตือลือล้นกับงานเท่าไหร่ ผมจึงคิดว่าการที่เราจะได้ความคิดดีๆมาใส่ในงานได้นั้นเราต้องมีการประชุมกัน ผมจึงประชุมกับคนในหลุ่มหลายครั้ง

.......และหลายครั้งเรามักไม่ได้ข้อสรุปในการทำงานจากการประชุมเลย หลายครั้งผมไม่สามารถควบคุมอารมณ์และหัวข้อในการทำงานได้และบวกกับสมาชิกของกลุ่มเราอยู่กันคนละที่ ผมได้รับคำแนะนำจากพี่ในกลุ่มให้ทำบล๊อกส่วนกลางซึ่งก็คือบล๊อกนี้นั้นเอง ผมกับเอ็กซ์ใช้วิธีนี้ติดต่อกับหลายๆคนในกลุ่มแต่ก็ไม่ค่อยจะประสบความสำเร็จนัก ผมจึกได้ทราบหลังจากนั้นว่าพวกเราขาดอะไรกัน พวกเราขาดความเป็นน้ำหนึ่งเดียวกัน พวกเรากำลังขาดความเป็น "ทีม" หรือเพราะผมชวนคนนอกวงการมาเยอะไปรึเปล่า ตอนนี้ผมเหมือนตกอยู่คนเดียวเหมือนคิดคนเดียว ผมพยายามไม่แสดงออกมามากนักเกี่ยวกับเรื่องที่เป็นปัญหาแต่ผมได้ไปอ่านบล๊อกของ "ปัญ" ซึ่งเป็นรุ่นน้องในกลุ่มตั้งแต่สมัยก่อตั้ง ทำให้ผมรู้ว่า "ทีม" อันแสนอ่อนแอนี้กำลังจะแตกออกเป็นเสี่ยงๆ สิ่งที่สร้างมานานนับปีกำลังจะหายไปแล้วแบบนี้ผมควรจะทำยังไงดีครับเพื่อนๆสามชิกกลุ่ม..........

ผมจะขอเรียงรายชื่อของคนในกลุ่มทุกคนที่ทำงานก่อนนะครับ จะได้ไม่ลืมหน้าที่ของแต่ละคนกัน ขอใช้ชื่อเล่นนะครับ ผมพิจรณาจากหน้าที่และใส่ตำแหน่งให้นะครับ

1. อ๊อฟ ผมเองครับ รับหน้าที่จัดการทั่วไป เช่น วาดโด ขอเงิน งานกราฟฟิก เป็นประธานครับ

2. เอ็กซ์ เป็นรองประธาน คอยวางแผนเสนอไอเดีย รวมไปถึงบทความต่างๆในเล่ม

3. ปัญ นักวาดโดฝีมือเยี่ยม ผมกับปัญเป็นคนริเริ่มกลุ่ม A.B. ครับ ตั้งแต่สมัย Imp-อิ๊ม-อิ่ม

4. รัง นักวาดโดฝีมือเยี่ยมอีกคน คอยช่วยงานตัดเส้นและมุกสี่ช่องตอนนี้กำลังเขียนงานโดของตัวเองอยู่

5. วรพจน์(วร) เลขากลุ่ม คอยหาข้อมูล ประชาสัมพันธ์นัดผู้ใหญ่รวมไปถึงเขียนโครงการขอเงิน

6. ต้น ตากล้องฝีมือดีประจำกลุ่ม รับผิดชอบในส่วนของนางแบบในเล่มพาสต้าทุกคน(ซึ่งตอนนี้มีคนเดียวคือน้องฝ้าย)

7. สามภพ(ภพ) ช่างฝีมือสารพัดนึก(จะกินอะไรก็กิน)ประจำกลุ่ม คอยช่วยเหลืองานทั่วไปเช่น ไอเดีย งานสกรีน งานตัดพวงกุญแจ อีกทั้งมีความรู้ทางด้านกฏหมายอีก

8. เพ่อ๋อง ที่ปรึกษาควบตำแหน่งนักวาดโด แม้พี่เค้าจะไม่ว่างแต่เรื่องขอเงินพี่เค้าก็ช่วยออกไอเดียเยอะทีเดียว

9. ก๊อฟ ครีเอทีฟสีแรงอีกคนที่ รับหน้าที่ช่วยผมออกแบบตัวหนังสือ+ปก รวมไปถึงโลโก้ต่างๆในเล่ม

10.พี่เอม รับหน้าที่ตรวจทานอักษรการใช้ภาษาของทั้งการ์ตูนและบทความ ซึ่งตอนนี้พี่เค้าไม่ว่างเพราะติดภาระเรื่องการเรียนอยู่

11. นุ้ย น้องใหม่ไฟแรง รับอาสามาช่วยงานถ่ายภาพเวลาที่ต้นไม่สะดวก (ถ้าเข้ามาอ่านอย่าเพิ่งตกใจนะว่ากลุ่มจะไม่รอด เหอๆ รอดแน่แต่ขอปรับความเข้าใจกันหน่อย)

ทั้งชื่อและตำแหน่งที่ใส่ไปผมเห็นตามสมควรกับหน้าที่จึงได้ใส่ไปตามนั้น อาจมีหลายคนที่ผมเคยบอกว่าอยู่กลุ่มเราแต่ไม่มีชื่อ เพราะผมไม่สามารถติดต่อเค้าเหล่านั้นได้ จึงจำต้องตัดออกไปก่อน ถ้าเกิดเค้าอยากทำเราค่อยมาว่าอีกที

......นิดนึงคือในวันเสาคร์ที่ 17 มีนาคม ที่กำลังจะถึงนี้พี่สาวของ นายเอ็กซ์รองประธานของพวกเราจะแต่งงาน ใครมาร่วมยินดีได้ก็มากันนะครับ โทรมานัดผมก่อนก็ได้ถ้ามาไม่ถูก

.................................................

จากพี่อ๊อฟถึงน้องปัญและน้องรัง(แบบตรงๆ)

......พี่อ่านบล๊อกเราแล้วพี่พอจะรู้ว่าเรากำลังพูดถึงพี่ พอจะเข้าใจความรู้สึกเรา บางครั้งพี่ก็หนักกับเราไปหน่อยโดยเฉพาะปัญ นั้นเพราะพี่ลืมว่าเราเป็นคนค่อนข้างจะขี้คิดมากอยู่ พี่ยอมรับว่าพี่บี๊บเรามากเกินไป แต่พี่เห็นว่าเราน่ะโตพอที่จะเริ่มรู้จักการบี๊บจากคนอื่นได้แล้ว บางครั้งพี่สั่งงานเราไปก็ไม่ได้หวังผลอะไรกลับมามากนักเพียงแค่อยากให้เราสามารถทำงานตามออเดอร์ของคนอื่นได้บ้างก็เท่านั้น พี่คิดว่านั้นเป็นการฝึก เรามักบ่นเสมอว่าว่างพี่ก็ไม่รู้ว่าจะให้เราแก้ปัญหายังไงเราบอกพี่ว่ารูปก็วาดทุกวันจนไม่มีอะไรจะทำแล้ว พี่ก็คิดว่าถ้างั้นมึงเอางานกรูไปทำดิ ซึ่งบอกกันตรงๆพี่ก็เผื่อไว้ว่าเราคงไม่สามารถทำงานทั้งหมดให้เสร็จได้หรอก พี่จำได้ว่าสั่งงานเราไปเยอะมาก แต่พี่ก็ยังไม่เห็นงานเรากลับมาสักชิ้นเลย ตรงนี้พี่ไม่คิดติดใจอะไรมากนักงานไหนพี่จำได้ก็จะทวง งานไหนคิดลืมก็ลืมไป เพราะทุกครั้งที่พี่สั่งงานเราพี่ไม่เคยจดไว้เลยด้วยซ้ำว่าสั่งอะไรไปบ้าง พี่ขอพูดตรงนี้ที่เราบอกพี่ว่างานพี่ไม่เสร็จ พี่ไม่เถียง พี่ทำไปได้แค่ 70%ของทั้งหมด (ไม่ใช่แค่งานโดแต่รวมไปถึงส่วนอื่นๆในหนังสือด้วย) ระหว่างทำพี่เห็นข้อบกพร่องในการทำงานเป็นอย่างมาก นั้นเพราะฝีมือพี่ไม่ถึงขั้น หลายครั้งจึงต้องหยุดต้องแก้ อีกอย่างพี่น่ะต้องทำงานนะ จะหาว่าพี่อ้างก็ได้แต่คนที่ไม่มีพ่ออย่างพี่จำเป็นต้องทำงานอื่นไปด้วยเรียนไปด้วย บางครั้งพี่ท้อนะ พี่เหนื่อยมากกับชีวิตประจำวัน บางครั้งพี่ต้องการเวลาพักผ่อน พี่พยายามทำตัวสบายๆเวลาคุยกับพวกเราแต่บางครั้งมันไม่ไหวมันเหนื่อยว่ะ ไม่รู้จะพูดยังไง ไม่รู้จะบอกยังไงว่ามันล้าไปทั้งตัว อยากจะหยุดว่ะมันลำบากว่ะการที่จะต้องตีหน้าเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นเวลาคุยกับแม่คุยกับเพื่อน ต้องทำเหมือนเราเข้าใจเหตุผลต่างๆที่ต้องทำแบบนี้ฝืนยิ้มทั้งๆที่ในใจมันไม่ไหวแล้ว อยากหยุด อยากร้องไห้

......พี่ไม่ได้บอกว่าเราสองคนต้องทำตามพี่นะ เราต้องรักพี่นะ ต้องอยู่กับพี่ต่อไปเรื่อยๆนะ รู้ไหมว่าพี่เคยคุยกับเอ็กซ์ไว้นานแล้วเรื่องที่พวกเราไม่เข้าใจการทำงานในหนังสือพาสต้า พี่รู้ว่าเรางานเรามาดองไว้นานมันย่อมสร้างความไม่พอใจไปบ้างไม่มากก็น้อย ถ้าจะเอางานคืนหรือจะพิมพ์ก่อนพี่คงจะว่าเราไม่ได้แล้วล่ะ แต่พี่ขอบอกไว้ตรงนี้ว่าทางกลุ่มเรานั้นมีปัญหาเรื่องเงินอย่างยิ่ง เงินสำหรับกลุ่มเรานั้นเป็นปัญหาใหญ่มาก เรามีเงินก้นถุงพี่นับแล้วเมื่อวานแค่ 1700 กว่าๆ จากเงินในครั้งก่อนทั้งหมด ไม่ได้หักต้นทุนกำไร เรามีทั้งเนื้อทั้งตัวแค่นี้ พี่อ๋องบอกให้ขอเงิน ซึ่งวรก็ติดต่อไปหลายที่แล้วก็ชวดทุกที่ พี่ก็ไม่รู้จะทำยังไง คุยกับทางร้านที่พิมพ์เค้าบอกว่าจะช่วยกดราคาให้ซึ่งอยู่ที่ราวๆ 15000 อาจบวกลบไม่เกิน 2000 บาท ทีแรกว่าจะให้เงินส่วนตัวช่วยแต่ว่าตอนนี้พี่พูดตรงๆว่าในธนาคารของพี่เหลือแค่หมื่นสี่พัน พี่พูดแบบเห็นแก่ตัวนะพี่ต้องกินว่ะ พี่ต้องเที่ยว ต้องเรียน ต้องใช้เงินอันน้อยนิดนี้เพื่อตัวพี่เองพี่จึงไม่สามารถนำไปใช้ในส่วนนี้ได้ เพราะยังงั้นพี่จึงต้องหยุดงานหนังสือไว้ก่อนจนกว่าเราจะมีเงินมาพิมพ์หนังสือซึ่งไม่รู้ว่าจะเมื่อไหร่ หนังสือพาสต้าไม่ใช้เรื่องหมูๆเหมือนอิ๊ม-อิ่ม มันมีขั้นตอนซับซ้อน และยากกว่าที่พี่และคนในกลุ่มคนอื่นๆคิดมากนะ

......ที่เราบอกว่าพี่ไปติดคนอื่นนั้น พี่เดาว่าคงจะเป็นน้องฝ้ายเพราะคนอื่นๆอย่างนิ่งหน่องหรือเมย์นั้นพี่ไม่ได้ติดอะไรพวกเค้ามากอยู่แล้ว ถ้าจะเป็นคนอื่นที่ไปงานอย่างเอ็กซ์หรือวรพี่ก็ถือว่าทุกคนเป็นคนในกลุ่มเราทั้งนั้นที่ไปตามงานด้วย ถ้าเราน้อยใจเพราะคนในกลุ่มด้วยกันพี่ก็ไม่รู้จะอธิบายยังไงดีแล้ว เพราะพวกเค้าเหล่านั้นต่างช่วยงานหนังสือเราไม่ได้ยิ่งหย่อนไปกว่าเราสองคนเลย พี่จึงไม่อยากให้เห็นว่าติดเพื่อนเก่าหรือได้ใหม่ลืมเก่า แต่ให้คิดว่าเราทุกคนเป็นคนในบ้านเดียวกัน พี่อาจผิดที่ไม่ได้ไปใส่ใจเราทั้งคู่มากเหมือนสมัยก่อน แต่พี่จะผิดมากกว่าถ้าพี่สนใจแต่เราสองคนจนคนที่มาใหม่ถูกลืม รู้ไหมคนมาใหม่ต้องการความวางใจบางครั้งคนที่เป็นคนกลางอย่างพี่ก็ลำบากใจเหมือนกัน ครั้งต่อไปพี่คงต้องขอความร่วมมือให้เราเข้าใจและช่วยพี่ในเรื่องนี้ด้วย ส่วนการที่พี่ต้องไปติดกับน้องฝ้ายนั้นพี่มีเหตุผลนะครับ นั้นเพราะคุณแม่น้องฝ้ายท่านให้ความช่วยเหลือเราเป็นอย่างมาก ทั้งให้ยืมตัวลูกสาว ทั้งเงิน ทั้งคำปรึกษา รวมไปถึงคุณพ่อน้องฝ้ายด้วยที่คอยรับส่งและไม่ว่าอะไรที่หนังสือเราออกช้า รังเคยไปบ้านน้องฝ้ายกับพี่มาแล้วน่าจะเห็นคุณแม่ว่าท่านเป็นกันเองกับพวกเราแค่ไหน ที่พี่ต้องไปติดอาจมองว่าประจบคุณแม่แต่พี่ต้องทำเพราะอยากจะตอบแทนอะไรเค้ามั้ง วันที่ถ่ายแบบน้องเค้าเดินจนขาเลือดออกโดยที่ไม่บ่นสักคำ พี่ไม่รู้จะพูดยังไงดีเพราะน้องเค้าเป็นคนอื่นแท้ๆพี่เลยอยากให้อะไรน้องเค้าคืนบ้าง ไม่ได้บอกว่าพวกเราไม่ช่วยพวกพี่แต่พี่ก็เห็นว่าพวกเรานั้นก็มีกลุ่มเพื่อนในงานอยู่ บอกตรงๆว่าพี่ไม่สามารถคุยในหัวข้อที่เราคุยกันในงานได้ เช่นเดียวกับเราไม่รู้เรื่องที่พวกพี่คุย นั้นเพราะเรามีความต่างในสังคมอยู่ พี่จึงคิดว่าการที่เราไปงานเดียวกันนั้นไม่จำเป็นที่จะต้องเดินติดกันตลอดพี่จำได้ว่าแต่ก่อนพี่ก็แยกไปแบบนี้เหมือนกัน แต่อาจจะน้อย อาจพอดีกับที่พี่ต้องเก็บข้อมูลบวกกับต้องทำหน้าด้านเพื่อจะทำส่วนของ iCos ด้วย จึงทำให้ไม่ได้อยู่กับพวกเรามากนัก เราว่าแต่พี่ว่าติดคนอื่นเวลาเราเจอคนอื่นเราก็ลืมพี่เหมือนกัน(หมายถึงปัญ) พี่ก็เห็นว่าคุยกันพี่มีคนรู้จักพี่มีกล้องพี่อยากถ่ายรูป จะว่าทิ้งก็ไม่ผิดนักแต่เราไปหาความสุขในงานไม่ใช่เรอะ เพราะฉะนั้นมันต้องมีช่วงที่ต่างคนอยากมีความสุขคนเดียวเหมือนกัน และมันมักจะมาไม่ตรงกันเราจึงคลาดกันในที่สุด

......พี่มานั่งพิมพ์ยาวพ่อสิ้นเช่นนี้ก็หวังว่าเราจะเข้าใจนะว่าพี่คิดอะไรอยู่ เจอในเอ็มใช่ว่าพี่จะไม่ทัก พี่เป็นคนจำแม่นนะว่าทักใครบ่อยไม่บ่อย พี่มาไม่ทักเราช่วงใกล้สอบกับสองสามครั้งหลังที่เจอกันเท่านั้น เราคิดมากไปเองรึเปล่าที่ว่าพี่ไม่ทัก อย่างที่บอกพี่ต้องเข้ามาในเน๊ตเพื่อจะหางานหาภาพให้ลูกค้าบ้าง เพื่อนฝูงบ้าง บางครั้งเราชวนเล่นโน่นเล่นนี้พี่ก็ทำไม่ได้เพราะพี่มีเงินจำกัด มีเวลาจำกัด พี่รู้ว่าดูเย็นชา แต่พี่ก็จำเป็นต้องรีบเร่งในบางครั้ง พี่แทบไม่ได้คุยกับใครเลยเวลาออนเอ็ม จะคุยก็ทักทายนิดหน่อยคนที่คุยหนักหน่อยคงจะเป็นไอ้วร ซึ่งมันเป็นคนชวนบอกตรงๆนะถ้า ถึงไอ้วรถ้ามันเข้ามาอ่านบางครั้งกรูทำงานนะกวนมากมันก็เคืองๆ เข้าเรื่องต่อ ไม่ได้ลืมแต่นี่คือความจริงเรื่องความต่าง พี่สอนเราเสมอว่าคนเรามีความต่างอย่าหวังว่าจะมีคนเข้าใจเราถ้าไม่รู้จักเปิดใจและปรับตัว พี่ในตอนนี้เป็นผู้ใหญ่มากกว่าที่เราจะตามทัน พี่โตเกินกว่าที่เราจะรับรู้ ความคิด ความอ่าน มุมมองต่างๆในตัวพี่ และพี่จะแตกต่างไปจากสมัยก่อน พี่เปลี่ยนไปแล้วเหมือนกับสิ่งของเหมือนกับเวลา เราเองก็เปลี่ยน เราเองก็ไม่เหมือนแต่ก่อน เราทั้งสองคนก็โตขึ้น พี่รู้จักกับพวกเรามาตั้งแต่พี่ยังไม่รู้จักความลำบาก จนถึงตอนนี้พี่ต้องเลือกหลายๆสิ่งทั้งๆที่ไม่อยากเลือกเลยสักอย่าง เวลาจะเลือกอะไรมันลำบากใจรู้ไหม พี่ไม่รู้นะว่าเราจะเข้าใจพี่รึเปล่า พี่พูดตรงๆนะว่าเราทั้งคู่น่ะอย่าเก็บตัวในโลกแคบๆนะหาเพื่อนบ้าง ออกมาเดินเล่นหน้าบ้านก็ยังดี ปลูกต้นไม้ก็ได้ ไม่งั้นเราจะไม่รู้จักอะไรเลย ไม่รู้เลยว่าโลกว่าคนไปถึงไหน พี่เป็นคนพูดหมาๆแบบนี้แหละและข้อความยาวๆอันนี้หวังว่าคงจะทำให้เราเข้าใจกันมากขึ้น พี่ดูหนังจีนเรื่องนึงเค้าบอกว่า "การที่จะเลือกเป็นขุนนางที่ดีพร้อม กับเป็นคนที่ดีพร้อมนั้น เราต้องเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง ถ้าเป็นไปได้ก็อยากจะเลือกเป็นขุนนางที่ดีพร้อมไว้ก่อน ส่วนเรื่องที่จะเป็นคนที่ดีพร้อมหรือไม่นั้นก็คงต้องขอให้คนรอบข้างเข้าใจ" พี่จึงขอพูซ้ำอีกครั้งว่าขอให้เราทั้งสองเข้าใจพี่ด้วย เพราะพี่เองก็เริ่มจะสั่นๆกับหลายๆเรื่องในชีวิตแล้วเหมือนกัน

......ที่จริงมีอีกหลายเรื่องที่อยากจะถามเราไว้ตรงนี้ เรื่องที่พี่ไม่เข้าใจพวกเรา พี่เป็นคนเข้าใจอะไรอ้อมๆยากถ้ามาตรงๆพี่จะสามารถเข้าใจและแก้ไขได้ง่ายกว่า เพราะฉะนั้นในบางครั้งพี่ไม่เข้าใจว่าทำไมเราถึงต้องมองว่าคนอื่นแย่หรือไม่สามารถเข้ากับคนได้ นั้นเพราะอะไร สำหรับพี่พี่ให้คำตอบกับมันได้ แต่สำหรับเรา(ปัญ)บางครั้งพี่ไม่รู้จะให้คำอธิบายยังไงเราถึงจะยอมรับคนเหล่านั้น บางครั้งพี่เห็นว่าเราก็ไม่น่าจะมีปัญหากับเพื่อนแต่เราก็หาปัญหามาจากคนเหล่านั้นจนได้ พี่บอกได้อย่างเดียวนะว่าคนเราต้องรู้จักเคลื่อนไหว ถ้าอยู่นิ่งจะไม่มีใครรอเราอาจมีบางครั้งเค้ากลับมารับเราไปด้วย แต่เส้นทางของแต่ละคนไม่เหมือนกันถ้าเค้าเกิดตายก่อนละ เราจะต้องหยุดให้คนอื่นมาพาไปเรอะ เราต้องเดินฝืนก็ต้องเดินไม่งั้นเราจะไม่ได้เห็นหน้าใครอีกเลยเพราะเรานั้นเป็นคนที่ถูกทิ้งไว้เบื่องหลังเท่านั้นเอง ส่วนรังพี่คิดว่าพี่กับเราไม่น่าจะมีปัญหาอะไรกัน ซึ่งนั้นเป็นสิ่งที่พี่คิดคนเดียว พี่คุยกับเอ็กซ์เสมอว่าเราน่าจะเข้าใจพวกพี่และดูแลปัญแทนพวกพี่ได้ เพราะพวกพี่บางครั้งก็งงๆกับหลายๆเรื่องจนลืมพวกเราไป และพี่กลับทิ้งเราสองคนให้อยู่เหงาจนได้ ยังไงตอนนี้พวกพี่ไม่อาจจะเข้าใจพวกเราได้ถ่องแท้เหมือนกับแต่ก่อนตอนเจอกันใหม่ๆ แต่สักวันพี่คงจะเข้าใจพวกเรามากขึ้นแต่พี่คงต้องขอเวลาสักหน่อย ระหว่างนั้นช่วยดูแลปัญอย่างที่ทำอยู่นี้ไปเรื่อยๆได้ไหม เพราะพี่เองตอนนี้ไม่อาจไปกับเราทุกที่ได้แล้วขอฝากปัญไว้ด้วยนะ ถึงทั้งคู่เลย พี่เคยถูกทิ้งมาเหมือนๆกับพวกเรา พี่เคยน้อยใจแบบที่พวกเรากำลังเป็นอยู่ ทุกวันนี้เพื่อนๆที่เรียนหลายคนก็ไม่เข้าใจพี่ เวลาโดนพวกเค้าต่อว่าพี่ก็ยิ้มแล้วให้เหตุผลไปเท่าที่จะทำได้ พี่ไม่รู้ว่าเข้าใจกันรึเปล่า แต่พี่คิดเสมอว่าคือเพื่อนของเราเราจะต้องอยู่กับคนเหล่านี้โดยที่ไม่เสียตัวเราไปให้ได้ พี่คิดอย่างนั้น พี่ผิดใจกับไอ้วรมาหลายครั้งแต่ไม่เคยมีสักครั้งที่จะเลิกคบมัน เพราะพี่คิดว่ามันคือเพื่อนของพี่ พวกเราเองก็เหมือนกัน แม้ตอนนี้จะห่างเหินไปบ้างแต่สักวันเราคงจะได้คุยกันได้นั่งล้อมวงคุยกันถึงเรื่องงาน เรื่องส่วนตัวกันอย่างสนุกสนาน ซึ่งนั้นคือกลุ่ม A.B. ในฝันของพี่เลยทีเดียว ตอนนี้พี่คงหวังให้เราทั้งสองให้โอกาสพี่เท่านั้นเอง

.......มาถึงตรงนี้เรื่องที่ควรพูดก็ได้พูดไปแล้ว ส่วนเรื่องที่ยังไม่ได้พูดนั้นคิดว่าสักวันคงได้พูดกัน แต่พี่คงต้องก้มหัว ขอโทษน้องๆทั้งสองที่ทำให้น้องๆต้องรู้สึกไม่ดี ที่พูดไปทั้งหมดคือข้อความจากใจพี่ มีทั้งเหตุผล ความเห็นแก่ตัว ความสับสน ความยินดีของพี่ทั้งหมดรวมอยู่ในนั้น พี่กับไอ้เอ็กซ์ยังคุยถึงเรื่องพวกมึงสองคนเสมอ เพราะช่วงหลังเรื่องงานเยอะเลยคิดว่าไปทำงานมากว่าไปเที่ยว จึงไม่ได้ชวนเพราะกลัวว่าเราสองคนจะไปเสียเที่ยวทำให้ทั้งคู่ไม่สนุกเพราะพวกพี่ไปกันเองแล้วไม่ค่อยสนุกสักเท่าไหร่ ซึ่งยกเว้นไอ้วรที่ไปเพื่อเก็บรูปมาอัฟบล๊อกแต่ลืมนึกไปว่างานนี้ใครก็สนุกกันได้ หลังจากนี้พี่จะระวังให้มากๆ พีต้องขอโทษอีกครั้งนะที่ทำให้ต้องลำบากใจ หลังจากนี้หวังว่าเวลาและความเข้าใจจะช่วยให้ทุกๆอย่างเหมือนเดิม

พี่อ๊อฟที่ยังคงรักน้องๆอยู่เหมือนเดิม

.................................................

ขออภัยทุกคนที่อ่านมาถึงตรงนี้อีกครั้งในฐานะที่ใครๆก็เรียกว่าประธานกลุ่ม ที่ใช้เนื้อที่ภายในบล๊อกส่วนกลางเขียนเรื่องที่ไม่ใช่ข่าวสารความคืบหน้าของหนังสือและทำให้สมาชิกทุกคนเสียเวลานั่งอ่านข้อความที่ยาวมากๆนี้ แต่ผมเชื่อว่าการใช้พื้นที่ส่วนกลางนี้จะทำให้คนในกลุ่มที่มีปัญหาสามารถบอกแจ้งหรือแสดงความคิดเห็นมาได้ครับและเชื่อว่าจะทำให้กลุ่มเรานั้นเข้าใจกันมากขึ้นด้วย ผมในฐานะประธานกลุ่มยินดีรับฟังทุกความคิดเห็นที่เป็นประโยชน์กับหนังสือเราครับ เพราะเราเป็นทีมเดียวกันต้องขอโทษรวมไปถึงการใช้ภาษาที่อ่านยากๆของผมด้วยนะครับ

ขอบคุณทุกคน และรักทุกๆคนมาก

อ๊อฟ ประธานกลุ่มที่รักทุกๆคน

2006/Nov/28

.....สวัสดีครับสามชิกทุกๆคน ตอนนี้หนังสือพาสต้าของเราได้ดำเนินงานมากว่า 70% แล้วครับ สำหรับขั้นตอนการจัดทำ จะเหลือก็แต่ การ์ตูนของผม(อ๊อฟ)กับการจัดอาร์ตข้างในตัวเล่มเท่านั้นละครับ

.......ส่วนเรื่องที่จะมาบอกกล่าวกันในวันนี้ก็คือ เรื่องของภาพหน้าปกที่จะใช้และตัว LOGO หัวหนังสือพาสต้าครับ

......กับการออกความเห็นของหลายๆคนและการที่ได้ไปคุยกับทางคุณแม่น้องฝ้าย เราก็ได้ข้อสรุปกันว่า ปกของเราน่าจะเป็นภาพปกที่ 5 หรือไม่ก็ปกที่ 6 นะครับ http://arrowbuffalo.exteen.com/20061109/entryทุกคนสามารถตามไปดูภาพปกได้ตามลิงค์นี้ครับ

......ส่วนมาถึงเรื่องของจตัว LOGO หัวหนังสือพสาต้ากันนะครับ ตัวLOGO ตัวนี้ถูกออกแบบโดยนายก๊อฟ(แอบกินขนม) ซึ่งในทีแรกนั้นออกมาหลายแบบ แต่ถูกเลือกมาเพียง 2 แบบที่ให้ไปสเก๊ตสีมาก เชิญสามชิกทุกคนร่วมโหวตได้เลยนะครับ

ตัวนี้ดูมีสไตลดีและอ่านง่ายครับ

ตัวนี้คนออกแบบเค้าตั้งใจทำมาก สีสดใสมีลูกเล่นเยอะดี

ชอบแบบไหนรักแบบไหนก็ลองเสนอความเห็นดูนะครับ

..

..

........มาอีกเรื่องนึง คือ น้องในกลุ่มเราคนหนึ่งซึ่งก็คือ คุณ(อี)น้องปัญ นักเขียนฝีมือดีของกลุ่มเรา มีโดจินเรื่องหนึ่งซึ่งอาจจะได้ขายในวันที่ 10 ธันวาคมนี้ ซึ่งถ้าเสร็จทัน กระผมจะแจ้งข่าวในโอกาสต่อๆไป และถ้าได้ขายจริงผมอยากให้ทุกคนในกลุ่มได้มีโอกาสไปร่วมงานนี้ด้วยซึ่งผมจะแจ้งสถานให้ทราบในโอกาสต่อไปครับ(ถ้าได้ขายนะ)

........ขอให้สุขภาพแข็งแรงกันทุกคนนะครับ ยังไงก็ช่วยแสดงความเห็นด้วยนะครับ

ปล. คุณแม่น้องฝ้ายบอกว่าอาจจะช่วยเราเรื่องหาสปอนเซอร์ ถ้ายังไงจะมารายงานอีกทีนะครับ

ลาจากกันด้วยว่าที่นางแบบ(ในใจฉัน)เล่มต่อไปครับ

--------นู๋เมย์...เย้--------

เกทับกันด้วย นางแบบ+นายแบบเล่มสองครับ

-----นิ้งหน่อง-น้องเนส เย้..เย้-----

2006/Nov/18

ในการที่จะยื่นขอสปอนเซอร์นั้น จำเป็นที่จะต้องมีเอกสารทีไว้ประกอบพิจารณา 3 ส่วน คือ

1. หนังสือนำ

2. โครงการ

3.รูปเล่มหนังสือที่เสร็จแล้ว

ในส่วนของตรงนี้ เราทำหนังสือนำและเขียนโครงการให้ ซึ่งตัวโครงการที่เขียนนั้น คืบหน้าไปกว่า 80 % แล้ว

1. หนังสือนำ

เรียน........

เรื่อง ขอความอนุเคราะห์ผู้สนับสนุน

สิ่งที่แนบมาด้วย

  1. รายละเอียดโครงการ พาสต้าโปรเจก

  2. รูปเล่มหนังสือ พาสต้า 1 เล่ม

เนื่องด้วยกลุ่ม a.b. เป็นกลุ่มทำหนังสือทำมือ(หนังสือโดจิน) ที่เกิดจากการรวมตัวของนักเรียน นักศึกษา ต่างสถาบัน ต่างคณะ และมีความถนัดในด้านที่ไม่เหมือนกัน แต่มีจุดมุ่งหมายเดียวกัน นั้นคืออยากที่จะมีประสบการณ์ในด้านการทำหนังสือ ซึ่งเราได้ใช้ความถนัดของสมาชิกในกลุ่มในแต่ละด้าน และอาศัยการทำงานเป็นทีม จนในที่สุดก็สามารถสร้างสรรค์หนังสือทำมือเล่มแรกของกลุ่มได้สำเร็จ ภายใต้ชื่อหนังสือพาสต้า

ซึ่งในการที่จะทำพาสต้าเพื่อที่จะออกจำหน่ายนั้น นอกจากในเรื่องของคุณภาพของหนังสือแล้ว สิ่งสำคัญที่ขาดไปเสียไม่ได้นั้นคือ ทุนทรัพย์เพื่อที่จะให้ผลงานชิ้นแรกของเราได้พิมพ์และจำหน่ายได้จริง ตามที่เราได้มุ่งหวังไว้ แต่เนื่องด้วยเรายังเป็นกลุ่มนักเรียน นักศึกษา ที่ยังไม่สามารถหารายได้เอง ถึงแม้เราจะเป็นกลุ่มนักเรียน นักศึกษา ที่ยังไม่เคยทำหนังสือมาก่อน แต่เราเชื่อมั่นว่าหนังสือเล่มแรกของเรานั้น หากมีทุนทรัพย์เพียงพอที่จะสามารถพิมพ์เพื่อวางจำหน่ายได้ พาสต้า ของเราย่อมที่จะจำหน่ายได้อย่างแน่นอน

เราจึงใคร่ขอความอนุเคราะห์จากท่าน ในการที่จะเป็นผู้สนับสนุนพาสต้า ตามแต่ที่ท่านสมควรพิจารณาให้ความอนุเคราะห์แก่เรา โดยเรายินดีที่จะลงโฆษณาเกี่ยวกับธุรกิจของท่านในหนังสือของเราขนาด A4 จำนวน 1 หน้า ทั้งนี้ในส่วนของรายละเอียดของโครงการ รูปเล่มหนังสือและหน้าที่จะลงโฆษณาให้แก่ท่าน ทางเราได้แนบมาเพื่อให้ท่านได้พิจารณาด้วย

ท้ายที่สุดนี้ ทางเราหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้รับการอนุเคราะห์จากท่าน ถึงแม้จำนวนเล่มและช่องทางการตลาดจะอยู่ในวงจำกัด แต่นั้นก็ไม่ใช้แก่นที่แท้จริงของการทำพาสต้า เพราะหัวใจของการทำพาสต้านั้น เราได้มุ่งหวังแค่เพียงว่า จะมอบความบันเทิงที่แฝงด้วยสาระ และสร้างรอยยิ้มให้แก่ผู้อ่าน ซึ่งความมุ่งหวังของเราจะสำเร็จหรือไม่ ก็ต้องอาศัยความอนุเคราะห์จากท่านนั้นเอง ขอขอบคุณมา ณ. โอกาสนี้

ขอแสดงความนับถือ

(......................)

ประธานกลุ่ม a.b.

2. โครงการ

ชื่อโครงการ พาสต้าโปรเจค

1. หลักการและเหตุผล

หนังสือทำมือ(หนังสือโดจิน) คือ หนังสือที่จัดทำขึ้นเอง ได้รับอิทธิพลมาจากประเทศญี่ปุ่น โดยเนื้อหาสาระของหนังสือประเภทนี้จะเน้นไปทางด้านการ์ตูน จะวาดในทางที่ล้อเลียนการ์ตูนญี่ปุ่นที่ขายตามท้องตลาดทั่วไปบ้าง หรือเป็นการ์ตูนที่วาดใหม่ขึ้นเองทั้งหมด นอกจากการ์ตูนที่มีอยู่ในเล่มแล้ว ยังมีเรื่องสั้น(ฟิคชั่น) ซึ่งเป็นเรื่องราวที่ผู้ทำหนังสือแต่งขึ้นเพิ่มเติมจากเนื้อหาการ์ตูนญี่ปุ่นที่วางขายตามท้องตลาดทั่วไป หรืออาจเป็นเรื่องสั้นที่แต่งเนื้อหาขึ้นมาใหม่หมด หนังสือโดจินมักมีจำนวนการพิมพ์ที่ไม่มาก อยู่ที่ประมาณ 50 500 เล่ม และวางจำหน่ายในกิจกรรมงานการ์ตูนเป็นส่วนมาก

หนังสือโดจิน เป็นหนังสือของกลุ่มคนที่รักและชื่นชอบการ์ตูนอย่างมาก สังเกตได้จากกิจกรรมงานการ์ตูนต่างๆที่ได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้น จนต้องจัดงานประเภทนี้บ่อยขึ้น ที่สำคัญงานการ์ตูนแทบทุกงาน ย่อมจะมีหนังสือโดจินวางจำหน่ายอยู่ด้วย

ภายใต้หนังสือโดจินที่ชื่อว่า พาสต้า คอนเซปต์ในการทำหนังสือคือ เป็นหนังสือโดจินที่ให้อะไรมากกว่าที่หนังสือโดจินจะให้ได้ เราได้ใส่ทั้งความบันเทิงในแบบฉบับของโดจิน ควบคู่ไปกับสาระที่เกี่ยวข้องกับแวดวงในเรื่องของการ์ตูน ชื่อหนังสือ พาสต้า เราได้แรงบันดาลใจมาจากชื่ออาหารที่มีแหล่งกำเนิดจากประเทศอิตาลี พาสต้า คือชื่อเรียกของอาหารที่มีลักษณะเป็นเส้นหรือทรงรีทรงกลม อาทิ มักกะโรนี สปาเก็ตตี้ เป็นต้น ซึ่งในเรื่องของการปรุงแต่ง พาสต้าก็มีความหลากหลาย สูตรในการปรุงแต่ง กรรมวิธีในการทำ พาสต้า เป็นอาหารที่ได้รับความนิยมในท้องถิ่นที่กำเนิด ในขณะเดียวกันก็สามารถเผยแพร่รสชาติที่เป็นเอกลักษณ์ของ พาสต้า เอง ให้ผู้คนในโลกยอมรับและติดใจ

เปรียบเสมือนการทำหนังสือ พาสต้า ที่มีความหลากหลายทั้งด้านความบันเทิงพร้อมกับนานาสาระ มีความคิดสร้างสรรค์ในการคิดและกล้าที่จะทำ และสิ่งสำคัญคือรูปแบบของหนังสือโดจิน ที่บรรดาในกลุ่มคนที่ชื่นชอบเรื่องราวเกี่ยวกับการ์ตูนคุ้นเคยเป็นอย่างดี ทำให้คนกลุ่มนี้ไม่ต้องลังเลใจที่คิดจะซื้อไว้ซักเล่ม ขณะเดียวกันบรรดาคนที่ไม่รู้จักเรื่องราวเกี่ยวกับการ์ตูนมากนัก ก็สามารถอ่านได้ดี เข้าใจง่าย เพราะเราได้รังสรรค์การทำหนังสือให้ผู้อ่าน เห็นภาพได้อย่างชัดเจน

พาสต้า เป็นหนังสือโดจินที่มีเนื้อหาสาระ แตกต่างจากหนังสือโดจินที่มีขายตามงานการ์ตูนทั่วไป โดยมีเนื้อหาหลักๆอยู่ด้วยกัน ส่วน คือ

1. บทสัมภาษณ์นักเลเยอร์ที่เราคุ้นตาเป็นอย่างดีพร้อมรูปถ่าย โดยเราถ่ายรูปขึ้นเพื่อลงในหนังสือ พาสต้า โดยเฉพาะ

2. บทสัมภาษณ์ของนักเขียนการ์ตูน ผู้ที่ทำงานเบื้องหลัง ผู้ที่เกี่ยวข้องกับวงการการ์ตูน หรือไม่ก็จากผู้ทรงคุณวุฒิ บุคคลที่ได้รับการยกย่องในวงการต่างๆ โดยเราจะเน้นบทสัมภาษณ์ที่เกี่ยวข้องกับด้านการ์ตูนโดยตรง

3. บทความที่เกี่ยวข้องกับการ์ตูน เช่น ความรู้ในเรื่องของการ์ตูน ทัศนคติหรือมุมมองด้านการ์ตูน

4. การ์ตูนที่แต่งใหม่ขึ้นมาเอง

ทั้งหมดนี้คือเนื้อหาสาระและความบันเทิงที่ พาสต้า เหนือกว่าหนังสือโดจินที่มีขายอยู่ทั่วไป คือจุดขายที่สามารถสร้างความแตกต่างบนพื้นฐานในกลุ่มหนังสือโดจินด้วยกัน ทำให้ พาสต้าของเราย่อมที่จะจำหน่ายได้อย่างแน่นอน

ซึ่งจะส่งผลดีแก่ผู้สนับสนุนหนังสือของเรา เพราะนั้นก็เป็นการประชาสัมพันธ์ในด้านธุรกิจที่ท่านได้ประกอบการ ธุรกิจของท่านก็อยู่ในแวดวงการ์ตูน การทำหนังสือ การจัดจำหน่ายอุปกรณ์ด้านเครื่องเขียน ก็จะเป็นที่จดจำมากขึ้นในกลุ่มตลาดเป้าหมายของท่านเอง จนสามารถเพิ่มยอดขายของธุรกิจท่านได้อีกด้วย ที่สำคัญยังเป็นการส่งเสริมภาพลักษณ์องค์กรของท่านอีกด้วย เพราะท่านได้ให้ความอนุเคราะห์กลุ่มนักเรียน นักศึกษา

2. ความมุ่งหมาย

1. เพื่อเพิ่มทักษะและประสบการณ์ของสมาชิกในการทำหนังสือโดจินให้มากขึ้น

2. เพื่อการยกระดับมาตรฐานหนังสือโดจินให้สูงขึ้น

3. เพื่อให้ผู้อ่านมีทางเลือกในการที่จะอ่านหนังสือโดจินมากขึ้น

4. เพื่อให้ผู้อ่านได้จดจำถึงยี่ห้อหนังสือของเราให้มากขึ้น

5. เพื่อเพิ่มยอดในการจำหน่ายให้สูงขึ้น

6. เพื่อให้ผู้สนับสนุนหนังสือของเรา เป็นที่รู้จักแพร่หลายและสร้างภาพลักษณ์ให้แก่องค์กรมากยิ่งขึ้น

3. เป้าหมาย

ผู้ที่ชื่นชอบในการ์ตูนญี่ปุ่นและคอสเพลย์ ซึ่งมีทั้งเพศชายและหญิง อายุโดยเฉลี่ยตั้งแต่ 10 30 ปี

4. สถานที่จัดจำหน่าย

งานการ์ตูนที่................. ร้านหนังสือการ์ตูนทั่วไป และในอนาคตเราจะพิจารณาการสั่งซื้อผ่านทางอินเตอร์เน็ต

5. ระยะเวลาดำเนินงาน

1 กันยายน 2549 1 กุมภาพันธ์ 2550 โดยแยกเป็น

1.

2.

3.

4.

5.

6. ขั้นตอนการดำเนินงาน

1.

2.

3.

4.

5.

7. ผู้รับผิดชอบโครงการ

1.

2.

3.

4.

5.

6.

8. งบประมาณการดำเนินงาน

ทางเราได้ประมาณค่าใช้จ่ายไว้ที่ 0000 บาท เพื่อดำเนินงานตามโครงการโดยมีรายละเอียดดังต่อไปนี้

1.

2

3.

4.

5.

6.

7.

9. ผลที่คาดว่าจะได้รับ

1. สมาชิกในกลุ่มมีทักษะและประสบการณ์ในการทำหนังสือโดจินมากยิ่งขึ้น

2. หนังสือโดจินของเรามีมาตรฐานและคุณภาพสูงขึ้น

3. ผู้อ่านได้รับความบันเทิงพร้อมสาระจากการที่ได้อ่านหนังสือโดจินของเรา

4. ผู้อ่านสามารถจดจำยี่ห้อโดจินของเราได้

5. กลุ่มโดจินได้ผลกำไรจากการจำหน่ายในครั้งนี้ และสามารถนำไปคิดค้นและพัฒนาในการทำหนังสือเล่มถัดไป

6. ผู้สนับสนุนหนังสือของเรา จะเป็นที่รู้จักแพร่หลายพร้อมสร้างภาพลักษณ์ให้แก่องค์กร สู่สายตาสาธารณะชนและกลุ่มเป้าหมายในธุรกิจท่าน

ถ้ามีอะไรอยากให้เพิ่มเติมหรือแก้ไข เม้มได้ที่ด้านล่างนะ